ข้อคิดการทำงานเมื่อได้ปีนผาจำลองครั้งแรก

ปกติเคยเห็นคนอื่นปีนผาจำลองกันใน youtube บ้างก็ไม่ได้คิดว่ามันจะสนุกอะไร ในใจก็คิดว่ากีฬาไรของมันวะ สูงก็สูง อันตรายก็อันตราย ให้จับหินก้อนนิดเดียว เดียวก็ล่วงหรอก T.T

จนเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 พี่อ๊อฟซึ่งเป็น CTO พ่อลูกอ่อนของ Twin synergy ได้โทรมาชวนไปปีนผาจำลองกัน ซึ่งเราทั้งคู่ก็ไม่เคยเล่นเลยนะแต่อยากหาอะไรทำแปลกๆ ใหม่ๆ ก็เลยเอาวะลุยเว้ย

พวกเราก็เลยนั่งรถกันไปที่ Rock domain อยู่แถวบางนา ซึ่งที่นี่บริการโอเคพร้อมต้อนรับมือใหม่อย่างพวกเราสองคน โดยในตอนแรกเขาจะสอนเราเรื่องวิธีปีน และการใช้งานเชือกเพื่อความปลอดภัย

หลังจากปีนผาเสร็จ ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดได้เลยว่า เห้ยแม่งสนุกนะ ได้ความท้าทายมากๆ และพอนั่งทบทวนว่าถ้าการปีนผานี่คืองานที่ต้องทำพร้อมกับทีม ผมว่ามันได้ข้อคิดต่างๆ เยอะเลย

ต้องเชื่อใจในทีม

พวกผมได้ไปปีนผาแบบ Top Rope Climbing ซึ่งการปีนแบบนี้จะต้องมีสองคน มีคนปีน และคนซัพพอต ดังนั้นคนปีนต้องเขื่อใจคนซัพพอตว่าจะช่วยดึงเชือกให้เราได้ และเซพความปลอดภัยให้เราได้

Top Rope Climbing

การทำงานก็เช่นกันเมื่อเราอยู่ในทีมแล้ว เราต้องเชื่อใจในทีม และต้องทำให้ทีมเชื่อใจในตัวเราด้วย

ความปลอดภัยสำคัญสุด

ทุกครั้งก่อนเริ่มปีน พวกเราต้องตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนทุกครั้ง หลังจากตรวจสอบของตัวเองแล้ว ก็ต้องไปตรวจสอบของเพื่อนด้วยเสมอ เพื่อให้พวกเรามั่นใจได้ในการปีนแต่ละครั้ง

ซึ่งในการทำงานเราต้องให้ความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอๆ

ต้องวางแผนตั้งแต่แรก

ผมปีนจะปีนตามสีที่กำหนดมาให้ มันทำให้ผมต้องวางแผนก่อนว่าจะไปท่าไหนยังไง แล้วมันจะไปสุดถึงไหน ในบ้างครั้งผมกับพี่อ๊อฟก็จะคุยก่อนว่า เห้ยไปแนวนี้ดิ แนวนั้นดิ

เปรียบกับการทำงานในแต่ละโปรเจ็คพวกเราต้องมีการวางแผนก่อนทุกครั้ง และมีหลายๆ แนวทางในการดำเนินการ อาจจะต้องมีแผนสองแผนสามด้วยซ้ำ เพื่อให้เกิดข้อได้เปรียบมากที่สุด หรือผิดพลาดน้อยที่สุด

เหนื่อยก็พักได้

ในช่วงระหว่างปีน ผมก็มีหมดแรง ฮาๆ ก็ต้องอาศัยหยุดพักระหว่างปีนแล้วก็คิดต่อว่าจะไปยังไงดี

การทำงานนั้นถ้าเราลุยไม่ไหว ก็ลองพักบ้าง หยุดมองดูมันบ้างว่างานของเรานั้นเป็นยังไง

ลองลุยไปให้สุด

มันมีอยู่จังหวะหนึ่ง ที่ผมปีนแล้วเหนื่อยมาก แต่มันก็ใกล้ถึงละ และไอ้หินก้อนต่อไปมันก็ยากพอควร มันทำให้ผมหยุดคิดช่วงหนึ่งแล้วบอกในใจตัวเองว่า "ไม่ไหวแล้ววะ" และผมก็ดึงสติกลับมาอีกครั้งแล้วลองฮึกลุยมัน เหมือนกับเราพลังสำรองอัดมันไป จนไปได้ถึงยอด ความรู้สึกในตอนนั้นมันแบบ "เห้ย!!! กูก็ทำได้นิวา"

ซึ่งพอมาคิดถึงเรื่องงาน ในบ้างครั้งเราก็ท้อ หรือเหนื่อย หรือเจอทางตันกับปัญหาอะไรสักอย่าง เราอาจจะพักได้เพื่อพร้อมที่จะลุยมันต่อให้สุด ให้คิดซะว่าลองให้สุดมันไปเลย อะไรจะเกิดก็เกิดเว้ย!!!

ล้มเหลว ไม่ได้แปลว่าล้มเลิก

มันมีหลายอันนะที่ผมไปต่อไม่ได้ คือมันคิดไม่ออกว่าจะไปต่อยังไง จับก้อนไหน ใช้ท่าไหนไปต่อ -_- ก็ยกเลิกลงมากลางคัน แล้วพวกผมก็พักกัน มองหน้า แล้วก็มองที่เส้นทางเดิม แล้วก็ปรึกษากันว่าจะเอาชนะมันยังไง ฮาๆ ไปท่าไหนได้บ้าง แล้วก็กลับไปปีนต่อ จนสำเร็จ เย้ๆ (แต่ไม่ทุกอัน)

และแน่นอนในบ้างครั้งการทำงานเราอาจจะต้องมีล้มเหลว หรือผิดพลาดอะไรบ้างอย่าง เราก็ลองหยุด หรือถอยออกมา แล้วมองย้อนกลับไปว่าอะไรที่เราพลาด อะไรที่มันผิด แล้วเราจะแก้ไขมันยังไง เพื่อให้เป็นประสบการณ์สำหรับงานต่อไป มันจะทำให้เราประสบความสำเร็จมากขึ้นอีก

ซึ่งถ้าเราทำแบบนี้ซ้ำๆ ผมมั่นใจได้เลยว่า ไม่ว่าเส้นทางของผาจำลองจะมารูปแบบใด พวกเรา ทีมเรา ก็จะสามารถปีนมันไปถึงจุดสุดยอดได้ทั้งหมด...

สุดท้ายอยากจะบอกว่า การปีนผาแม่งสนุกมาก ใครจะไปปีนชวนด้วยนะ ฮาๆ

Good judgment comes from experience. Experience comes from bad judgment
- Evan Hardin
Arnon Kijlerdphon

Arnon Kijlerdphon

เป็นชาวพุทธที่ศึกษาตามพุทธพจน์ และชื่นชอบการปลูกผักไม่ใช้สารเคมี. I AM ROOT.
Bangkok, Thailand