6 แนวคิดการทำงานที่ได้จาก ROV

6 แนวคิดการทำงานที่ได้จาก ROV

ผมได้กลับมาเล่น ROV อีกครั้งหลังจากไม่ได้เล่นมาปีกว่าเพราะว่าที่บริษัทได้รับโปรเจ็คเกี่ยวกับแนว e-sport มา หลังจากเล่นมาแล้วเดือนกว่าๆ มันก็ยังคงสนุกเช่นเดิม และเดียวนี้จะมีหัวร้อนบ่อยๆ เพราะ ROV ฮาๆ

ROV หรือ Realm of Valor เกมมือถือแนว MOBA ที่จะเป็นการแข่งขัน 5vs5 จัดทีมละ 5 คน โดยแต่คนละจะสามารถเลือกฮีโร่ได้หนึ่งตัว และฮีโร่แต่ละตัวก็ความสามารถไม่เหมือนกัน และเป้าหมายสุดท้ายของเกมส์ก็คือการทำลายป้อมหลักของฝ่ายตรงข้ามให้ได้

โดยหลังจากได้กลับมาเล่น ROV อย่างจริงจัง ผมก็เลยกลับมามองในมุมมองของการทำงานเป็นทีม ตัว ROV เนี้ยสอนเราได้หลายๆ อย่าง และมันสามารถนำมาปรับใช้กับการทำงานได้เลย และนี้คือมุมมองที่ผมได้จาก ROV

Put the right man on the right job

เริ่มเกมส์มาทีมเราทั้งห้าคนจะสามารถเลือกฮีโร่ได้คนละตัว และห้ามซ้ำกัน ซึ่งตำแหน่งภายในเกมส์นี้สำคัญมาก เราสามารถรู้ชะตาทีมได้เลยว่าแพ้ หรือชนะ ตั้งแต่การเลือกฮีโร่ เพราะฮีโร่แต่ละตัวมีความสามารถไม่เหมือนกัน หากเรานำฮีโร่ไปใช้ในตำแหน่งที่ผิด ทีมอาจแพ้ได้

ในการทำงานก็เหมือนกันเราจำเป็นต้องวางคนให้เหมาะสมกับงานที่ทำ หรือต้องรู้จุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเองเพื่อที่จะได้หางานที่เหมาะสม และได้ใช้ความสามารถสูงสุด หากใครเป็น Project manager พอได้รับ Project มาก็ต้องเลือกคนที่จะมาทำงานให้ได้ตามเป้าหมาย

ทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด

หลังจากเข้าเกมส์มาแล้ว ทุกคนจะต้องวิ่งไปยังตำแหน่งตัวเอง และทำหน้าที่ของตำแหน่งนั้นๆ ให้ดี เช่น เมจต้องรีบวิ่งไปเลนกลาง เพื่อจัดการครีปให้ไวที่สุด จากนั้นค่อยไปช่วยเลนอื่นๆ เป็นต้น สมมติเมจฝั่งเราจัดการครีปไม่ทันฝั่งตรงข้าม เมจฝั่งตรงข้ามก็จะสามารถวิ่งไปหาเพื่อนเขาเพื่อช่วยฆ่าฮีโร่ฝั่งเราได้ ทำให้ทีมเราอาจจะมีการเสียชีวิตได้ตั้งแต่ต้นเกมส์ ซึ่งมันจะมีผลกระทบต่อเลเวลและจำนวนเงินของทีม

ในการทำงานเมื่อเราได้รับมอบหมายหน้าที่แล้ว เราก็ควรทำมันให้ดีที่สุด ซึ่งหลังจากทำเสร็จแล้วเราก็ยังสามารถไปช่วยคนในทีมได้อีก มันก็จะทำให้งานนั้นออกมาดี

การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ

ในเกมส์นั้นเราจำเป็นต้องสื่อสารกันบ่อย ตั้งแต่การแจ้งตำแหน่งฝั่งตรงข้าม หรือต้องการให้เพื่อนมาช่วย หรือคุยกันว่าต่อไปเราจะลุยทางไหนต่อ แต่ในความเป็นจริง T.T ในทีมไม่ได้คุยกันหรอก ต่างคนต่างเล่น มันเลยทำให้บ้างครั้งก็แพ้แบบหัวร้อน ฮาๆ

ในตอนแรกผมเจอบ่อยมากในการทำงานแต่ละโปรเจ็ค คนในทีมส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คุยกัน รวมทั้งผมก็ไม่ค่อยไปคุยกับคนในทีม ทำให้งานออกมามีปัญหาบ่อย เพราะเราไม่ได้สื่อสารกันตั้งแต่แรกๆ แต่หลายปีมานี้ทีมผมและผมได้ปรับปรุงกันมากขึ้น คุยกันมาขึ้น เจอปัญหาอะไรในโปรเจ็คก็จะคุยกัน ทำให้งานออกมาดีขึ้น

ร่วมสู้กันเป็นทีม

ผมเคยเล่นอยู่เกมส์หนึ่ง ป้อมฝั่งผมโดนตีแตกหมดจนเป็น Mega creep แต่ทีมฝั่งผมก็ยังสู้จนหยดสุดท้ายแบบค่ายบางระจัน และทีมเค้าก็พยายามบุกเข้ามาหลายครั้งเพื่อจะจบเกมส์ให้ได้ แต่ก็ไม่สำเร็จ จนเกินพลาดตายหมดยกทีมขึ้นมา ทำให้ทีมผมตีสวนกลับไปชนะได้ในครั้งเดียว เนี้ยละครับคือ Team work คือทุกคนร่วมกันสู้ไม่ยอมแพ้

ในการทำงานหากเราร่วมกันทำงานเป็นทีมก็จะสามารถทำโปรเจ็คให้สำเร็จได้แน่นอน

เป้าหมายชัดเจน

ต้องบอกก่อนเลยว่าเกมส์ ROV นั้นคือเกมส์ตีป้อม ทีมไหนตีป้อมในสุดของฝ่ายตรงข้ามได้เป็นทีมที่ชนะ ซึ่งหลายๆ ครั้งในการเล่นเกมส์ก็จะเจอพวกเอาแต่บ้าฆ่าฮีโร่ฝ่ายตรงข้าม คือไม่สนใจว่าป้อมจะเป็นยังไง จะเอาแต่ไปฆ่าอย่างเดียว ก็ทำให้ทีมแพ้ได้ เพราะโดนทีมฝ่ายตรงข้ามตีกลับมาเอาป้อมฝ่ายเรา

ในการทำงานแต่ละโปรเจ็คคนในทีมต้องรู้เป้าหมายที่ชัดเจนก่อนว่าพวกเรากำลังเดินไปทางไหน และจะเดินยังไงให้ถึงจุดหมาย หากเราสามารถกำหนดทิศทางนั้นออกมาได้ ทุกคนก็จะได้ไปถึงจุดหมายได้ถูกต้อง

ยอมรับสิ่งที่ผิดพลาด และแก้ไข

ผมเคยเจอในเกมส์คือ ทีมผมคนหนึ่งเล่นพลาดเยอะมาก จนคนในทีมเริ่มบอกเขาว่าอย่าทำแบบนั้นแบบนี้ แทนที่คนนั้นจะยอมรับและแก้ไข กลับไปเถียงกลับมาอีกแล้วก็ยังเล่นแบบเดิม จนสุดท้ายทีมก็แพ้ไป ผมนี่หัวร้อนเลยครับ T.T แต่กลับกันถ้าเขาแก้ไข และยอมรับฟังเพื่อนร่วมทีม ก็อาจมีสิทธิ์กลับมาชนะได้เหมือนกัน

การทำงานแต่ละครั้งก็คงไม่มีใครสมบูรณ์แน่นอนต้องมีที่ผิดพลาดเกิดขึ้น เราควรจะมีสติรู้ตัวเอง และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หากผิดจริงก็ควรแก้ไขปรับปรุง อย่าเอาแต่ตัวเราเป็นที่ตั้งและใช้อารมณ์ตัดสินใจ ไม่อย่างนั้นแล้วตัวเราเองก็จะไม่มีทางพัฒนาขึ้นแน่นอน

"ให้คนรอบข้างเป็นกระจกสะท้อนตัวคุณ"
Arnon Kijlerdphon

Arnon Kijlerdphon

เป็นชาวพุทธที่ศึกษาตามพุทธพจน์ และชื่นชอบการปลูกผักไม่ใช้สารเคมี. I AM ROOT.
Bangkok, Thailand