3 พระสูตรของพระพุทธเจ้าที่สามารถนำมาปรับใช้ในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

ช่วงนี้สถานการณ์โควิด-19 (Covid-19) ในประเทศไทยดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มียอดพบผู้ติดเชื้อขึ้นมาทุกวันแบบก้าวกระโดด ทำให้พวกเราต้องค่อยรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ดี ซึ่งสถานกาณ์แบบนี้ถ้าใครไม่มีสติ อาจจทำให้เกิดความเคลียด หรือวิตกกังวลได้ง่ายมาก

ดังนั้นผมเลยอยากนำเสนอพระสูตรของพระพุทธเจ้าให้อ่านกัน ว่าเราจะรับมือยังไงดีในสถานการณ์แบบนี้

1.  อย่าคิดว่าสิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่า

ในการอ่านข้อมูลข่าวสารช่วงนี้เราจำเป็นต้องอ่านด้วยการใช้สติ โดยให้เราคิดไว้ก่อนเลยว่าข่าวที่ได้รับมาในครั้งแรกนั้นมันอาจไม่จริง ไม่ว่าจะได้รับมาจากสื่อที่น่าเชื่อถือ หรือบุคคลที่เรานับถือ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงก็ตาม

ฉะนั้นพอเราได้รับข่าวสารมาครั้งแรกแล้ว ก็ให้ลองหาจากสื่ออื่นๆ มายื่นยันอีกทีโดยให้เราคิดเสมอว่า "อย่าคิดว่าสิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นไม่จริง" เพียงเท่านี้เราก็จะได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นๆ แล้วว่ามันถูกต้องหรือไม่ ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการรักษาไว้ซึ่งความจริง ในเรื่องอื่นๆ ด้วย ดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้

พระสูตร

ภารท์วาชะ !  ถ้าแม้ ความเชื่อ ของบุรุษมีอยู่ และเขาก็ ตามรักษาไว้ซึ่งความจริง กล่าวอยู่ว่า “ข้าพเจ้ามีความเชื่ออย่างนี้” ดังนี้, เขาก็ อย่าเพ่อถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียว ว่า “อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า” ดังนี้ก่อน.
ภารท์วาชะ ! ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้แล การตามรักษาไว้ซึ่งความจริง ย่อมมี, บุคคลชื่อว่าย่อมตามรักษาไว้ซึ่งความจริง ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้, และเราบัญญัติการตามรักษาไว้ซึ่งความจริง ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้ ; แต่ว่า นั่นยังไม่เป็นการตามรู้ซึ่งความจริง ก่อน.
ภารท์วาชะ ! ถ้าแม้ ความชอบใจ ของบุรุษมีอยู่ และเขาก็ ตามรักษาไว้ซึ่งความจริง กล่าวอยู่ว่า “ข้าพเจ้ามีความชอบใจอย่างนี้” ดังนี้, เขาก็อย่าเพ่อถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียว ว่า “อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า” ดังนี้ก่อน.
ภารท์วาชะ ! ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้แล การตามรักษาไว้ซึ่งความจริง ย่อมมี, บุคคลชื่อว่าย่อมตามรักษาไว้ซึ่งความจริง ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้, และเราบัญญัติการตามรักษาไว้ซึ่งความจริง ด้วยการกระทำเพียงเท่านี้ ;แต่ว่า นั่นยังไม่เป็นการตามรู้ซึ่งความจริงก่อน.

(ไทย) ม. ม. ๑๓/๔๕๒-๔๕๙/๖๕๕-๖๕๙

2. ตามดู ไม่ตามไป

เมื่อเราอ่านข่าวสารไม่ว่าจะเรื่องไวรัสโควิด-19 หรือเรื่องการเมืองในช่วงนี้ให้เราเพียงแค่ "ตามดู ไม่ตามไป" โดยที่เราพียงแค่นำจิตเราเข้าไปอ่านเพื่อทำความเข้าใจว่าข่าวสารนั้นเป็นแบบไหน จริงหรือไม่ แต่ไม่ต้องนำจิตเราตามไปกับอารมณ์ในข่าวนั้นๆ เพราะไม่งั้นเราจะเพลิดเพลิน หรือหลงไปกับอารมณ์ที่เราไปยึดติด แล้วมันจะทำให้จิตเราเศร้าหมองได้ หรือทำให้เราเคลียดได้

เช่น มีข่าวว่าคนโกงขโมยผ้าปิดปากไปขายต่างประเทศ เราก็แค่อ่านเพื่อตามข่าวสารก็พอ หรือจะอ่านเพื่อรู้วิธีการของขโมยก็ได้ แต่ถ้าเราอ่านแล้วดันไปโกรธที่เขาโกงแล้วขโมยผ้าปิดปากไปขาย มันก็คือที่เราเอาจิตไปจับที่อารมณ์โกรธแล้วไหลตามไปกับอารมณ์นั้นๆ หรือเพลิดเพลินไปเรื่อยๆ ถ้าทำแบบนี้บ่อยๆ จิตเราก็จะมีแต่อารมณ์โกรธ เป็นต้น

จริงๆ แล้ว "ตามดู ไม่ตามไป" เป็นเรื่องของการนั่งสมาธิ เป็นการให้เราดูจิตเราว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีการเกิดดับตลอด แต่ถ้าเราเผลอตามจิตไป หรือเผลอไปกับอารมณ์ต่างๆ ที่จิตไปเกาะ เราก็จะเสียหลักการสมาธิ

3. บุคคลผู้รักษาตน ย่อมชื่อว่ารักษาผู้อื่น

ไวรัสโควิด-19 นั้นสามารถติดต่อได้จากการไอ หรือจาม หรือสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน และมันสามารถอยู่รอดบนพื้นผิวเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยถ้าคนไหนติดเชื่อไวรัสนี้ไปแล้วกว่าจะแสดงอาการออกมาก็ใช้เวลาประมาณ 14 วัน

ทำให้ในช่วงระยะเวลา 14 วันนี้คนนั้นก็สามารถเป็นคนแพร่เชื้อโควิด-19 ไปได้อีก ซึ่งมันสามารถแพร่กระจายไปได้เป็นวงกว้างแบบใยแมงมุม และไวมากหากมีการพบปะสังสรรค์แบบเป็นกลุ่ม

ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยหยุดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นี้ได้ดีที่สุดก็คือ ลดการเคลื่อนที่ของบุคคล ถ้าไม่จำเป็นให้ทุกคนอยู่บ้าน การเคลื่อนที่ไปพบปะผู้คน จะเป็นการสัมผัสโรคได้ง่าย ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ให้เรารู้รักษาตน การรู้รักษาตนก็ยอมชื่อว่าเป็นการรักษาผู้อื่น

พระสูตร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้รักษาตน ย่อมชื่อว่ารักษาผู้อื่น อย่างไร? ที่ชื่อว่ารักษาผู้อื่น ด้วยการส้องเสพ ด้วยการเจริญ ด้วยการกระทำให้มาก บุคคลผู้รักษาตน ย่อมชื่อว่ารักษาผู้อื่น อย่างนี้แล.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้รักษาผู้อื่น ย่อมชื่อว่ารักษาตนอย่างไร ที่ชื่อว่ารักษาตน ด้วยความอดทน ด้วยความไม่เบียดเบียน ด้วยความมีจิตประกอบด้วยเมตตา ด้วยความเอ็นดู บุคคลผู้รักษาผู้อื่น ย่อมชื่อว่ารักษาตน อย่างนี้แล.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอพึงเสพสติปัฏฐานด้วยคิดว่า เราจักรักษาตน พึงเสพสติปัฏฐานด้วยคิดว่า เราจักรักษาผู้อื่น บุคคลผู้รักษาตน ย่อมชื่อว่ารักษาผู้อื่น บุคคลผู้รักษาผู้อื่นย่อมชื่อว่ารักษาตน.

ฉบับหลวง(ภาษาไทย) ๑๙/๑๘๕/๗๕๘-๗๖๒.


สุดท้ายแล้วผมอยากให้ผู้อ่านทุกคนในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดอยู่ต้องตั้งสมมติฐานว่าเราเป็นผู้ติดเชื้อแล้ว ต้องป้องกันเชื้อจากตัวเราออกไป ต้องปฎิบัติตาม Social distancing คือ "การเว้นระยะห่างทางสังคม" ซึ่งวิธีปฎิบัติก็ง่ายมากๆ ดังนี้

ถ้าไม่มีความจำเป็นอย่าออกไปไหน อย่าเดินทางไปไหน ให้กักตัวเองอยู่บ้าน

ประเทศไทยต้องชนะ!!!

Arnon Kijlerdphon

Arnon Kijlerdphon

เป็นชาวพุทธที่ศึกษาตามพุทธพจน์ และชื่นชอบการปลูกผักไม่ใช้สารเคมี. I AM ROOT.
Bangkok, Thailand