ผลลัพธ์ 3 เดือนกับการกินเพื่อสุขภาพ 2 มื้อ

หลังจากที่ได้ลองเปลี่ยนวิธีการกินมาเป็น วันละสองมื้อ ผ่านมาแล้วในระยะเวลาประมาณสามเดือน ผมว่าจะมาเขียนข้อสรุป, วิธีการกินต่างๆ และผลลัพธ์ที่ได้มาเก็บไว้อ่านซะหน่อย  โดยได้นำความรู้จากที่ศึกษามาใน หน้าท้องแบนราบ ผิวพรรณสดใสด้วยการกินอาหารวันละมื้อ มาทดสอบด้วยตนเอง เพราะผมมีความคิดว่า ผมจะต้องทำให้ร่างกายตนเองแข็งแรง และไม่ต้องพึ่งพายารักษาโรคเลย จริงๆ แล้วถ้าใครอยากศึกษาวิธีการกินอาหารที่ถูกต้อง ผมแนะนำให้ศึกษา พีรามิดอาหาร  (pyramid food) ด้วย ซึ่งผมก็พึ่งมารู้จักไม่กี่วันเอง เลยยังไม่ได้อ่านในเชิงลึกว่ามีรายละเอียดแบบไหน แต่ถ้าดูจากภาพก็เข้าใจไม่ยากสำหรับวิธีการกินแบบ พีรามิดอาหาร

พีรามิดอาหาร

ผมจะเขียนโดยแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ๆ ไว้จะได้อ่านง่ายๆ

ก่อนปฎิบัติ

คงต้องบอกถึงลักษณะการกิน และการใช้ชีวิตประจำวันคราวๆ ก่อนที่จะมากินอาหารเหลือวันละสองมื้อ เพื่อที่จะได้พอทราบถึงการเปลี่ยนแปลงภายในสามเดือนที่ผ่านมา 

  • สูง 178 เซ็นติเมตร
  • หนัก 60-65 กิโลกรัม ไม่เคยหนักมากกว่านี้เลย
  • ผอม แต่มีพุงออกมา ให้นึกถึง พี่เท่ง แห่งแก๊งสามซ่า หุ่นแบบนั้นเลยของผม T.T
  • ผิวมันทั้งตัว หัวถึงเท้า
  • หน้าเป็นสิวง่ายมาก
  • สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคประจำตัวอะไรเลย ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเพื่อไปรักษาอะไรทั้งนั้น เป็นมากสุดก็ ไอ หรือตัวร้อนนิดหน่อย อยู่บ้านวันสองวันก็หายแล้ว
  • ตรวจสุขภาพประจำปี ปกติทุกค่า

ลักษณะการกิน

แต่ก่อนมีความคิดที่ว่าตัวเองกินเท่าไรก็ไม่อ้วน เลยกินมันทุกอย่าง และเยอะๆ โดยไม่คำนึกถึงอะไรเลย

  • กินวันละสาม ถึงสี่มื้อ
  • กินทุกอย่าง ผัก เนื้อ นม ไข่ ที่ไหนมีบุฟเฟ่จัดหมด บุฟเฟ่ผมกินคุ้มมากๆ 
  • แต่ละมื้อต้องกินพิเศษ หรือสองจานเป็นอย่างต่ำ 
  • เคยชนะการกินจุของ โชดดีติ่มซำ มาแล้วจะได้มองภาพออกว่าผมกินเยอะขนาดไหน ฮาๆ 
  • เป็นคนไม่ชอบกิน หวาน และของทอดทุกชนิด ถ้าให้กินก็กินได้ แต่จะกินได้น้อย ในข้อนี้ผมว่าน่าจะเป็นส่วนหลักของการมีผลที่ทำให้ผมเป็นคนไม่อ้วน โดยรวมกับการออกกำลังกายอย่างบ้าพลังเป็นประจำ
  • ชอบกินรสเผ็ด
  • กินชาจีนเป็นประจำทุกวัน

การออกกำลังกาย

เป็นคนชอบเล่นกีฬา โดยอย่างน้อยสุดๆ ในหนึ่งสัปดาห์ผมจะต้องหาวิธีการออกกำลังกายให้ตัวเองหนึ่งอย่าง เช่น วิ่ง หรือตีแบต เพราะถ้าผมไม่ได้ออกกำลังกายเลย ผมจะรู้สึกหงุดงิด แต่สิ่งที่ทำเป็นประจำเลยก็คือ ตีแบตสัปดาห์ละ 2-3 วัน โดยตีแต่ละครั้งประมาณ 2-4  ชั่วโมง เป็นประจำ

ช่วงปฎิบัติการกินให้เหลือวันละสองมื้อ และคุมลักษณะอาหารที่กินเข้าไป

ลักษณะ และวิธีการกิน

  • บังคับตนเองให้กินวันละ สองมื้อ โดยโดยเลือกกินเฉพาะเช้าช่วงเวลา 7.30-8.00 และเย็น 19.00 แต่ถ้าวันหยุดตอนเย็นจะกินประมาณ 16.30 - 17.30 
  • หลังกินมื้อเย็นแล้วจะไม่กินอะไรอีกเลย ยกเว้นน้ำเปล่า
  • งดกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด หรือกินให้น้อยที่สุด ยกเว้นเนื้อปลา และอาหารทะเล ยังกินเป็นปกติ
  • เน้นกินผัก ข้าวกล่อง ขนมปังโฮลวีท และผลไม้เป็นหลัก โดยผักจะเน้นกินสดๆ
  • กินน้ำเปล่า และน้ำชาเป็นหลัก
  • งดเว้นอาหารทุกชนิดที่ใช้น้ำมันในการทำอาหารเช่น ทอด และผัด โดยกินเลือกกินเฉพาะแค่ ต้ม หรือนึ่ง 
  • งดหวาน และเค็มทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลา หรือน้ำตาล ในส่วนของเกลือ ตอนผมทำกินเอง ผมชอบทำพวกซุปผักต่างๆ กิน ผมจะใส่เกลือที่มีไอโอดีนเพียง 1 ช้อนชา เท่านั้น
  • ทุกซุปผักที่ผมทำเอง จะบีบมะนาวหนึ่งลูก ลงไปด้วยเสมอ เพื่อความเปรี้ยวนิดๆ 
  • ในแต่ละมื้อ กินแค่พออิ่ม หรือประมาณ 80% ของกระเพาะ ห้ามกินจนรู้สึกว่าอิ่มแน่นท้อง 
  • งดการกินนมจากสัตว์ทุกชนิด กินเฉพาะนมถั่วเหลือง (อันนี้ผมทำได้ 100%) ข้อนี้ทำไม่ยาก

ต้องบอกก่อนว่า ไม่ใช่ว่าผมจะสามารถกินสองมื้อได้ทุกวัน และไม่ใช่ว่าผมสามารถกินตามที่ผมบอกมาข้างต้นได้ทุกวัน ผมก็เป็นคนๆ หนึ่งเท่านั้นที่อย่างจะเป็นเปลี่ยนแปลงสุขภาพให้ดีขึ้น เพราะว่าผมได้สังเกตุจากคนรอบๆ ตัวและข่าวสารต่างๆ ในปัจจุบันว่า เดียวนี้คนเราเป็นโรคกันง่ายมาก แม้แต่หมอที่รักษามะเร็ง ก็ยังเป็นมะเร็งเสียเอง และยารักษาโรค หรือการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ก็มีราคาสูงมาก ต่อให้เรามีเงินมากขนาดไหนก็จะต้องหมดไปกับการรักษาโรคของตนเองแทบทั้งนั้น จะดีแค่ไหนถ้าเราหันมาดูแลสุขภาพกันแตั้งแต่มันยังไม่เกิดโรค หรือเรียกว่า เราหาทางป้องกันตั้งแต่เริ่มต้นเลย 

โดยภายในสามเดือนที่ปฎิบัติผ่านมา ผมสามารถทำได้ประมาณ 75% ของสามเดือน ซึ่งในชีวิตประจำวันผมก็ยังคงต้อง กินสังสรรค์กับเพื่อน กินเพื่อคุยธุรกิจกับลูกค้าบ้าง เหล้าหรือเบียร์ก็จะกินเฉพาะเวลาดังกล่าว 

อุปสรรคในการกินแต่ละวัน

และแน่นอนการที่จะหันมากินเหลือวันละสองมื้อ และกินลักษณะอาหารที่กล่าวมาข้างต้น มันก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น ในช่วงแรกๆ มื้อกลางวันที่ไม่กินก็จะมีอาการหิวตามปกติ แต่ผมมีวิธีแก้ไขก็คือ เมื่อไรที่หิวผมจะทนหิวไปก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง จนในที่สุดถ้าไม่ไหวแล้วจริงๆ จะกินกล้วยแค่หนึ่งผล หรือถ้ามีขนมปังโฮมวีลหนึ่งแผ่น ก็จะเพียงแค่ฉีกออกมาหนึ่งส่วน แล้วกินลงไป 

ในเรื่องรสชาติอาหารจะเน้นไปทางจืดซะส่วนใหญ่ ถ้าทำกินเอง ซึ่งในช่วงแรกๆ ก็ยังคงไม่ชินกับรสชาติอาหารเท่าไร ผมก็เลยแก้ไขโดยการ หั่นพริกสดเป็นชิ้นๆ กินตามไปด้วย เพื่อเพิ่มรสชาติความเผ็ด แต่หลังจากกินไปได้ประมาณหนึ่งเดือนก็เริ่มชินกับรสชาติอาหารจืดพวกนี้ซะแล้ว แถมกลายเป็นอร่อยด้วย ฮาๆ พอลองสลับไปกินอาหารตามร้านอาหารทั่วๆ ไป ตัวเราเองจะรู้สึกได้ทันทีเลยว่า อาหารพวกนี้ เค็มไป หวานไป อย่าไปกินเยอะ ทำให้ลิ้นผมรับรู้รสชาติพวกนี้ได้ดีขึ้น

การนอน

ผมจะพยายามนอนสี่ทุ่ม และตื่นประมาณตีห้าครึ่งทุกวัน 

การออกกำลังกาย

ถึงแม้ผมจะเปลี่ยนวิธีการกิน แต่การออกำลังกายผมก็ยังคงทำเหมือนเดิมเป็นปกติ แต่สิ่งที่ทำเพิ่มขึ้นมาก็คือ หลังจากออกกำลังกายเสร็จ ผมจะกินน้ำเต้าหู้ ผสมเมล็ดธัญญพืชจำพวก ลูกเกด ถั่วต่างๆ ข้าวโอ็ค

ผลทั้งข้อดี และเสียหลังจากปฎิบัติมาแล้วสามเดือน

สิ่งที่ผมปฎิบัติมาตลอดระยะเวลาสามเดือน ทำให้ผมรู้อะไรหลายๆ อย่างในเรื่องสุขภาพตนเอง และร่างกายตนเองเป็นแบบไหน และสิ่งที่ดีขึ้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน

สรุปผลร่างกาย

  • น้ำหนักตอนนี้เหลือ 53 กิโลกรัม T.T 

สิ่งที่ดีขึ้น

  • พุงหาย ฮาๆ 
  • หน้าและผิว มันน้อยลงไปเยอะ เพราะงดเนื้อสัตว์มั่ง? อันนี้ไม่แน่ใจ
  • สิวขึ้นน้อยลง มีขึ้นเฉพาะสิวเล็กๆ แบบใหญ่ๆไม่ค่อยมีเลย
  • รู้สึกได้ว่าร่างกายเบาขึ้นเยอะ เบาในที่นี้คือ ร่างกายมันเบาสบายขึ้น รู้สึกร่างกายมันไม่ต้องทำงานหนักมากๆ เพื่อไปย่อยเนื้อสัตว์ ความรู้สึกนี้ผมอธิบายเป็นคำเขียนไม่ถูก ต้องลองปฎิบติเองถึงจะรับรู้ได้ครับ 
  • ขี้สบายๆ ถ่ายท้องออกมาง่ายโครตๆ  

ข้อเสีย

พละกำลังในการออกกำลังกายลดลง แต่ก็ยังคงตีแบตได้แบบเดิมนะ ผมมองว่ามันเป็นข้อเสียที่ไม่ได้ส่งผลกระทบเท่าไร แต่ข้อเสียหนักสุดก็คงเป็น น้ำหนักที่หายไปเกือบ 10 กิโล ภายในสามเดือน T.T ถ้าสำหรับคนที่อ้วนก็คงดีไม่ใช่น้อย แต่สำหรับผม ตอนนี้โดนแม่ด่าทุกวัน ฮาๆ เรื่องผอมเกินไป และคนรอบข้างทุกคน ทักหมดมึงทำไรมาถึงผอมลงขนาดนี้ T.T ไม่มีอะไรจะกินหรอไง 

สรุปสุดท้ายหลังจากกินสองมื้อมาเป็นเวลาสามเดือน

ในตอนแรกผมคิดว่าจะปฎิบัติแบบนี้ไปสัก 1 ปี น่าจะเห็นผลอะไรชัดเจนมากขึ้น โดยผลที่ผมหวังสูงสุดก็คือ สิวที่ใบหน้าจะไม่เกินขึ้นใหม่อีก ส่วนในเรื่องสุขภาพก็คงไม่ให้เกินโรคต่างๆ เกิดกับตัวเอง เช่น มะเร็ง เบาหวาน เป็นต้น แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาหนักสุดก็คือเรื่องน้ำหนักของตนเอง ในตอนนี้ที่เขียนบทความ ผมสูง 178 เซนติเมตร หนัก 53 กิโลกรัม ผอมมากๆ T.T 

เรื่องน้ำหนักนี้เองทำให้ผมต้องหยุดการกินอาหารสองมื้อลงตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ซึ่งผมจะต้องทำการเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาใหม่ ไม่งั้นโดนแม่สวดยับแน่ๆ ฮาๆ แต่ลักษณะการกินผมก็ยังคงจะกินแบบเดิม ก็คือ 

  • งดเค็ม และหวาน
  • งดกินนมจากสัตว์ ทุกชนิด กินเฉพาะนมถั่วเหลือง
  • กินเน้นผัก และผลไม้
  • กินน้ำเปล่า และน้ำชาเป็นหลัก

โดยผมจะกลับมากินสามมื้อแบบเดิม แต่จะเน้นการควบคุมอาหารที่กินเข้าไปแทน เพราะผมต้องอัดโปรตีนเยอะๆ เพื่อให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และในส่วนของการออกกำลังกายก็คงทำแบบเดิมปกติ ใครที่อ่านแล้วสงสัยเรื่องไหนถามมาได้นะครับ จะตอบให้เท่าที่พอทราบ หรือใครเคยทำวิธีไหนมาก็แลกเปลี่ยนกันได้

ปล. ใครมีวิธีการเพิ่มน้ำหนักโดยกินอาหารแบบคลีนด้วย แนะนำมาได้นะ

10

Add new comment

This question is for testing whether or not you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.

Tue, 04/21/2015 - 22:06

เพิ่งลองกินมื้อเดียว(มื้อเย็น)ได้สองสัปดาห์ ตอนี้ก็รู้สึกว่าผอมลงเหมือนกันครับ ปกติเป็นคนผอมอยู่แล้ว สูง 176 หนัก 57 ก็ผอมมากอยู่แล้ว แต่หลังจากปฏิบัติตามหมอโยะ ตอนนี้จึงเหลือแค่ 56 โล ที่สังเกตได้คือ นน. ไม่ได้ลดลงเป็น 10 กิโลแบบคุณครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยผอมลง จน นน. เหลือแค่ 49 โล ทั้งๆที่กินสามมื้อปกติ แต่ตอนนั้นผมบ้าดื่มชามากเลยครับ โดยเฉพาะชาเขียว ชาขาว ชาดำ ตอนนั้น นน. ลงฮวบฮาบเลย เลยรู้ว่า ชามีส่วนทำให้ นน. ลดลงได้มาก ผมจึงไม่ดื่มอีกเลย ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มีคาเฟอีน ซึ่งหมอโยะก็เขียนไว้เหมือนกันครับ ว่าให้ยกเว้นชา กาแฟ ผมเลยไปซื้อรากโกะโบมาทำเป็นชา แล้วดื่มช่วงกลางวันแทนน้ำครับ ไว้อีกสักเดือนผมจะมา update ให้ฟังนะครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ที่สังเกตได้ตอนนี้คือหน้าตาไม่โทรมเหมือนก่อนหน้านี้ครับ ทั้งที่เขียนโปรแกรม+ทำงานเครียดมากอยู่ประจำ ไว้ถ้าหนึ่งเดือนหลังจากนี้ผมผอมลงมากๆ หรืออาจไม่ถึงหนึ่งเดือนแต่ผอมจนรับไม่ได้ ผมจะมารายงานให้ทราบอีกทีนะครับ

In reply to by Boat Boon (not verified)

Wed, 04/22/2015 - 09:48

สงสัยผมคงต้อง งด ชาจีนละ เพราะผมกินเป็นประจำ ในส่วนของกาแฟผมเลิกกินมาหลายปีละครับ 

ชารากโกะโบ ตอนนี้ผมก็ซื้อมากินครับ แต่ไม่ได้กินบ่อย มันหาซื้อยากครับ ผมต้องสั่งให้คนที่ญี่ปุ่นซื้อกลับมา ทางคุณสามารถหาซื้อในไทยได้ไหมครับ?

ช่วงนี้ผมคงต้องกลับมากินสามมื้อปกติ แต่ยังคงจะเน้นอาหารสุขภาพเป็นหลัก เช่น ผัก ปลา งดเนื้อสัตว์ทุกชนิด เป็นต้น เพราะผมต้องทำน้ำหนักให้ขึ้นมาก่อนครับ

ยังไงผมจะรอผลจากการปฎิบัติของท่านอยู่นะครับ ไว้รบกวนกลับมาเขียนสรุปสั้นๆ ให้อ่านหน่อย

In reply to by snappy

Wed, 04/22/2015 - 11:01

ผมซื้อโกะโบสดมาทำชาเองเลยครับแถว Super ใหญ่ๆ ที่ Terminal , Paragon, Max Value บางสาขา หรือที่อิเซตันก็มีครับ เขาขายเป็นรากๆ ราคาประมาณ 30-70 บาท อยู่แถวพวกหัวไชเท้า แครอท หรือโซนผักสดครับ วิธีของผมก็คือ เอาโกะโบมาล้างให้สะอาดแล้วปลอกโดยใช้มีดสองคมแบบเหลาดินสอเลยครับ จากนั้นเอาไปตากแดดสักครึ่งวัน แล้วเอามาคั่วให้แห้ง พอสีคล้ำลงหรือเกือบมีควันขึ้นก็ยกลงได้เลยครับ หรือลองดูตามคลิปนี้ก็ได้ครับ วิธีการเหมือนๆ กันครับ --> https://www.youtube.com/watch?v=DPeKh0tgS9E ป.ล. เดี๋ยวนี้มีบางบริษัทเขาปลูกโกะโบแถวภาคเหนือของไทยแล้วครับ แต่ผมจำชิ้อบริษัทไม่ได้ ไว้หาเจอแล้วมาบอกนะครับ

Wed, 05/13/2015 - 13:29

ขอแสดงความเห็นด้วยนะคะ ตัวเองก็เคยไปบวชชีที่วัดป่าแถวภาคอีสาน ฉันมื้อเดียวตอนหกโมงเช้าค่ะ และทำงานหนักมากในช่วงกลางวัน กลางคืนหนึ่งทุ่มนอน และตื่นมาตีหนึ่ง ปฏิบัติธรรมถึงประมาณตีสี่นะคะ ตอนแรกที่ไปบวช คิดว่าตายแน่ แต่ปรากฏว่าน้ำหนักไม่ลดด้วยซ้ำไปค่ะ และหน้าตาผ่องใสดีมากจนใคร ๆ ทักเมื่อออกมาจากวัด ได้อ่านหนังสือ "ยิ่งหิว ยิ่งสุขภาพดี" เหมือนกัน และค่อนข้างเห็นด้วยกับหลักที่คุณหมอใช้ แต่เรื่องทานมื้อเดียวตอนไหนนั้น ไม่แน่ใจนะคะ คิดว่าถ้าตัวเองจะทำอีก จะทำเหมือนตอนอยู่วัด คือมื้อเดียวตั้งแต่เช้าเลย แต่ที่ทำอยู่ตอนนี้คือทานมื้อหลักมื้อเดียวค่ะ มื้อหลักคือมื้อที่มีข้าวและอาหารกินกับข้าวหนึ่งหรือสองอย่าง ส่วนมื้ออื่น ๆ จะเป็นแค่การเคี้ยวเพื่อแก้หิว และเลือกสิ่งที่จะเคี้ยวเข้าไปด้วย ตัวเองเป็นคนกินผลไม้ไม่เก่ง เพราะมันหวาน แต่ยังติดนิสัยชอบกินชีสและของมัน ๆ ทุกชนิด รวมทั้งทุเรียนและข้าวเหนียว และกาแฟเย็นอีกต่างหาก แต่การที่กินมื้อหลักมื้อเดียว จะทำให้สังเกตุตัวเองได้ง่ายขึ้นว่าอาหารอื่น ๆ ที่กินไปในช่วงอื่น ๆ มีผลกับเรายังไงค่ะ เช่นถ้าช่วงไหนกินข้าวเหนียวมาก เราก็รู้สึกแล้วว่าอึดอัด หวานหรือเค็มไป ก็สังเกตุได้ง่ายขึ้น ก็ยังต้องฝึกกันทุกคนนะคะ ที่สำคัญคือต้องสังเกตุลักษณะของตัวเองดูค่ะ แต่ส่วนตัวสนับสนุนการกินน้อย ๆ และเชื่อว่าการกินน้อย จะทำให้สุขภาพดีกว่าแน่นอนค่ะ

In reply to by Kornchulee (not verified)

Thu, 05/14/2015 - 11:20

ระบบการลิ้มรสของเราจะไวขึ้นมาก หลังจากลองกินอาหารแบบ clean ทำให้รู้เลยว่า อาหารที่เราซื้อกินปัจจุบัน เน้นขายรสชาติ เค็ม และหวาน ทำให้เรากินสะสมและเกิดโรคต่างๆ มากมาย ตอนกินเราจะสนุก แต่พอเป็นโรคและรักษาเราจะร้องไห้กันแทบทุกคน

ฉะนั้นพวกเราต้องหันมาควบคุมการกิน และออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพกันตั้งแต่เริ่มๆ เลย เพราะถ้ามารักษากันตอนเป็นโรคแล้ว ผมว่าช้าไปแล้วถึงแม้จะยังพอมีวิธีรักษาให้กลับมาได้ใหม่ แต่ร่างกายเราก็ช้ำไปแล้ว...

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐครับ

Wed, 08/05/2015 - 08:37

ลองกินมื้อเดียวทำได้ 2 สัปดาห์ นน.ลดลงไป 3 โลเศษ ๆ หน้าท้องค่อย ๆ ยุบลง ค่ะ

In reply to by TAI (not verified)

Wed, 08/05/2015 - 09:37

สู้ๆ ครับ ทำไปเรื่อยๆ ร่างกายเราจะค่อยๆ ปรับตัวแล้วจะรู้สึกดีขึ้นมาเอง เราจะแข็งแรงโดยไม่ต้องพึ่งยาหมออีกเลย

Thu, 09/03/2015 - 11:04

ขอบคุณนะครับสำหรับบทความดีๆนะครับ ผมกำลังจะเริ่มลองทำดูบ้างครับ ตอนนี้สูง 180 หนัก 81 T.T มีพุงด้วย อยากลดครับเพื่อสุขภาพ

Sun, 05/08/2016 - 10:20

ชวนกินมะเขือเทศหวานๆ อร่อยๆปลอดสาร...รสชาติดีแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เพื่อสุขภาพจ๊า https://www.facebook.com/biobijin/

Fri, 07/15/2016 - 07:43

สวัสดีค่ะดิฉันอยากทราบว่าดิฉันควรกินอาหารมื้อเดียวเวลาไหนดีเพราะดิฉันทำงานกะกลางคืนซึ่งระยะเวลาทำงาน12ชั่วโมงกิจวัตรประจำวันดังนี้ตอนนี้ที่ดิฉันทำอยู่ตื่นนอนทุกวันเวลา17.00 ทานกาแฟดำไม่ไส่น้ำตาล20.00 เข้างาน 21.00กินผลไม้ กินข้าวเวลา00.00 และทำงานต่อ08.00 เลิกงานและแวะกินข้าว10.00 เข้านอน(ดิฉันนั่งทำงานหน้าคอมแต่ลุกบ่อยเพราะต้องเก็บโต๊ะคอมทุกครั้งที่ลูกค้าเล่นเสร็จ)หนูออกกำลังกายอาทิตย์ละครั้งค่ะ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าถ้ากรุณาช่วยตอบในemail เพราะกลัวหากระทู้ไม่เจอ