ธุดงค์คืออะไรในพุทธวจน

otherSunday, January 27, 2013 - 15:02

หลังจากที่ผมเห็นการธุดงค์ในเมืองหลวงมาเป็นปีที่ 2 ซึ่งเกิดจากวัดแห่งหนึ่งจัดกิจกรรมขึ้นมาโดยทางวัดแห่งนี้ได้ใช้ชื่อว่า "ธุดงค์ธรรมชัย" ทำให้ผมซึ่งเคยบวชเรียนมาและได้ศึกษาพุทธวจนมาบ้างเกิดความระเอือมใจกับกิจกรรมอันนี้ เพราะผมไม่เข้าใจว่าวัดแห่งนี้ (ผู้จัดกิจกรรม) ได้เข้าใจในความหมายคำว่า "ธุดงค์" จริงหรือไม่ ถึงได้จัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นมาอีก

ธุดงค์

ธุดงค์ธรรมชัยได้ถูกจัดขึ้นในปี 2555 เป็นครั้งแรก และก็ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านดีและไม่ดีออกมา ซึ่งเท่าที่ผมอ่านข้อมูลมาคนส่วนมากจะไม่ชอบกันเพราะทำให้เกิดรถติดมากขึ้นกว่าเดิมจากปกติเนื่องจากต้องปิดถนนบ้างส่วนเพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินธุดงค์ แต่ก็ยังมีเหตุผลของทางคนที่สนับสนุนบอกมาว่า "ปกติรถก็ติดอยู่แล้ว ขอแค่วันเดียวเพื่อให้พระท่านเดินคงไม่เดือนร้อนมากไปหรอก"

เข้าพรรษาแต่ขอโทษนะครับสมัยพุธกาลพระพุทธเจ้าได้ประกาศออกมาให้มีวันเข้าพรรษา "เพื่อป้องกันความเสียหายจากการอาจเดินเหยียบย่ำธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลงแปลงในฤดูฝน (อ้างอิง)" เห็นไหมครับว่าขนาดพระพุทธเจ้ายังไม่อยากให้พระสงฆ์ออกมาแล้วต้องเป็นเหตุให้ที่ไร่นาของชาวบ้านเขาเสียหาย และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อให้พระสงฆ์ได้มีเวลาศึกษาพระธรรมวินัยต่างๆ ซึ่งผมก็มองว่าการธุดงค์ในเมืองหลวงนั้นทำให้คนต่างๆที่ใช้ถนนเส้นนั้นๆเดือดร้อนนั้นเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

และแน่นอนกิจกรรมแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีข้อดีของมันเลย ผมไปเจอมาครับเป็นวิดิโอเพลงธุดงค์ธรรมชัยเป็นการอธิบายว่าจัดแล้วได้บุญยังไง

ผมก็บ่นไปมากพอสมควรเพราะอยากให้ทุกท่านได้คิดกันจริงๆว่าเหมาะสมแล้วหรอที่จัดกิจกรรมแบบนี้มาอีก ปีแรกจบไปผมนึกว่าไม่มีแล้วพอมาปีนี้ยังมีการจัดขึ้นมาอีกผมเลยขอรวบรัดเองเลยว่า คงจะต้องมีซีรีย์ต่อไปแน่ๆ ปี3 ปี4 เป็นต้น

และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากเขียนความหมายของคำว่าธุดงค์ให้ทราบกันว่าเป็นยังไงในคำของพุทธวจน เพื่อเป็นอีกหนึ่งข้อมูลให้พวกเราชาวพุทธตัดสินใจกันครับว่าควรแล้วหนอกับการที่เราจะสนับสนุนกิจกรรม ธุดงค์ธรรมชัย

ธุดงค์ คือ

วัตร หรือแนวทางการปฏิบัติจำนวน 13 ข้อ ที่พระพุทธเจ้าอนุญาตไว้ให้แก่พระสงฆ์สำหรับเลือกนำไปปฏิบัติ เพื่อมุ่งให้เป็นแนวปฏิบัติเพิ่มเติมของพระสงฆ์ที่ตั้งใจสมาทานความเพียรเพื่อมุ่งขัดเกลาทางจิตเพื่อกำจัดกิเลส โดยธุดงค์นี้เป็นเพียงวัตร หรือแนวทางการประพฤติ ที่ไม่ใช่ศีลของพระสงฆ์ พระสงฆ์จึงเลือกปฏิบัติหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และการปฏิบัติธุดงค์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะพระสงฆ์เท่านั้น (อ้างอิง)

ธุดงควัตร (ธุดงค์ที่เราเรียกๆกันมา) มีอยู่ 13 ข้อด้วยกัน แบ่งไว้เป็น 4 หมวด ได้แก่

หมวดจีวรมีอยู่ ๒ ข้อ คือ

  1. การถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ในสมัยพุทธกาลหมายถึงการไปเก็บเศษผ้าที่ถูกทิ้งอยู่ตามป่าช้า หรือทิ้งอยู่ตามกองขยะ หาสะสมทีละชิ้นสองชิ้นจนพอเย็บต่อให้เป็นจีวรผืนใดผืนหนึ่ง แล้วนำมาซักย้อมด้วยน้ำฝาด
  2. การถือผ้า 3 ผืนเป็นวัตร ความจำเป็นของพระภิกษุเกี่ยวกับการใช้ผ้านั้นมีไม่มาก มี 3 ผืนก็อยู่ได้แล้ว คือสบงผ้านุ่ง จีวรผ้าห่ม สังฆาฏิ ผ้าสองชั้นไว้ห่มกันหนาว มีเท่านี้ก็พอแก่การดำรงชีพของพระภิกษุแล้ว มีมากกว่านี้ก็เกินความจำเป็น

หมวดบิณฑบาตมีอยู่ 5 ข้อ คือ

  1. ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นการหาอาหารเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยลำแข้งลำขาของตนเอง เป็นสัมมาอาชีพของสมณะนักบวช ป้องกันความเกียจคร้านซึ่งเป็นตัวฉุดรั้งไปสู่ความเสื่อมเสีย
  2. ถือบิณฑบาตไปตามลำดับบ้านเป็นวัตร คือไม่ให้เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่ให้เลือกบิณฑบาตเฉพาะบ้านนั้นบ้านนี้
  3. ถือการฉันอาหารในบาตรเป็นวัตร คือการใช้บาตรเป็นภาชนะใส่อาหารที่ได้มาจากบิณฑบาต ไม่ใช้ภาชนะอื่น เช่น จาน ชาม ให้เอาอาหารคาวหวานทั้งหลายใส่ไว้ในบาตร ข้าวก็ใส่ไปในบาตร กับข้าวกับปลาก็ใส่ไปในบาตร ของหวาน ผลไม้ก็ใส่ไปในบาตร เรียกว่าการฉันในบาตร
  4. ถือการฉันมื้อเดียวเป็นวัตร การฉันมื้อเดียว เป็นการตัดภาระเกี่ยวกับเรื่องการขบการฉัน  ไม่ให้เสียเวลาไปกับการฉันมากจนเกินความจำเป็น
  5. ถือการห้ามภัตที่ถวายภายหลังเป็นวัตร คือเมื่อรับอาหารมามากพอแล้ว ตัดสินใจว่าจะไม่รับอะไรเพิ่มอีกแล้ว หลังจากนั้นถึงแม้มีใครนำอะไรมาถวายเพิ่มอีก ก็จะไม่รับอะไรเพิ่มอีกเลย ถึงแม้อาหารนั้นจะถูกใจเพียงใดก็ตาม

หมวดเสนาสนะมีอยู่ 5 ข้อ ได้แก่

  1. ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร จะอยู่แต่ในป่า ไม่อยู่ตามบ้านตามเมือง มีกุฏิอยู่ในป่าที่ห่างไกลจากบ้านเรือน
  2. ถือการอยู่โคนไม้เป็นวัตร คือไม่อยู่ในที่มุงที่บัง เช่นกุฏิ ศาลา วิหาร อยู่แต่ตามโคนไม้ ใช้กลดไว้หลบแดดหลบฝน ใช้มุ้งไว้กันยุงและแมลง
  3. ถือการอยู่ป่าช้าเป็นวัตร เพราะป่าช้าเป็นสถานที่สงบสงัด ไม่มีคนเข้าไปเล่นไปเที่ยวกัน เป็นที่เหมาะแก่การเจริญสมณธรรม เหมาะแก่การบำเพ็ญสมาธิ เจริญวิปัสสนา เหมาะกับการฆ่ากิเลส
  4. ถือการอยู่กลางแจ้งเป็นวัตร คือจะอยู่แต่ในที่กลางแจ้งเท่านั้น จะไม่เข้าสู่ที่มุงบังใดๆ เลย แม้แต่โคนต้นไม้ เพื่อไม่ให้ติดในที่อยู่อาศัย
  5. ถือการอยู่ตามที่เขาจัดให้อยู่เป็นวัตร ไปอยู่วัดไหน เจ้าหน้าที่ของทางวัดจัดกุฏิให้อยู่หลังไหน ก็อยู่หลังนั้น ไม่เลือก ไม่ขอย้ายไปอยู่หลังใหม่ เอาตามมีตามเกิด

หมวดความเพียรมีอยู่ 1 ข้อ คือ

  1. ถืออิริยาบถ 3 เป็นวัตร จะเดิน ยืน นั่ง เท่านั้น จะไม่นอน จะไม่เอนหลัง จะไม่ยอมเสียเวลากับการหลับนอน จะทำแต่ความเพียรใน 3 อิริยาบถ คือ ยืน เดิน นั่ง ถ้าจะหลับก็ให้หลับอยู่ใน 3 อิริยาบถนี้เท่านั้น

สุดท้ายนี้ผมอยากให้เราชาวพุทธทุกท่านใช้เหตุและผลในการวิเคราะห์กิจกรรมหรือพิธีทางศาสนาต่างๆที่มีการจัดขึ้นเป็นดอกเห็ดว่ามันเหมาะสมแล้วหรือที่มีการจัดขึ้นมา ไม่ใช้เชื่อๆและปฎิบัติตามกันมาเพราะเหตุผลเพียงแค่ว่า

ไม่เชื่อ...อย่าลบหลู่

สาธุ...

แสดงความคิดเห็น